คอร์สเรียนการตลาดออนไลน์ สอนยิงแอดจับมือทำจากประสบการณ์ 10 ปี

Shopee Media Network คืออะไร? ยิงแอดเดียวโชว์บน Shopee 2026

August 13, 2026
Shopee Media Network คืออะไร? ยิงแอดเดียวโชว์บน Shopee 2026

“เงินโฆษณาก้อนเดียวกัน แต่ยิงแล้วไปโผล่ได้ทั้งบน Google และบน Shopee — ฟังดูดี แต่คำถามที่ต้องถามต่อคือ มันคุ้มจริงหรือแค่เพิ่มพื้นที่โชว์โดยไม่มีคนซื้อเพิ่ม”

ถ้าคุณขายของบน Shopee อยู่แล้ว และเคยยิง Google Ads แบบ Performance Max หรือ Search Ads มาบ้าง คุณอาจเคยเจอปัญหาคลาสสิก คือแคมเปญบน Google ดึงคนเข้ามาที่เว็บตัวเอง แต่ลูกค้าจำนวนไม่น้อยกลับไปตัดสินใจซื้อจริงบน Shopee เพราะคุ้นเคยกับระบบรีวิว การจัดส่ง และโปรโมชันของแพลตฟอร์มมากกว่า Shopee Media Network คือความพยายามแก้ปัญหาช่องว่างนี้โดยตรง

พูดง่าย ๆ คือ Google Ads with Shopee เป็นการเชื่อมระบบโฆษณาของ Google เข้ากับคลังสินค้าบน Shopee โดยตรง ทำให้ร้านค้าสามารถยิงแอดจากฝั่ง Google แล้วให้ผลลัพธ์ไปโผล่บนหน้า Shopee ได้เลย แทนที่จะต้องพาลูกค้าออกไปที่เว็บไซต์หรือ Landing Page ของตัวเองเพียงอย่างเดียว

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจสำหรับเจ้าของธุรกิจไทยปี 2026 ไม่ใช่แค่ “มีช่องทางใหม่ให้ยิงแอด” แต่คือคำถามที่ลึกกว่านั้น นั่นคือ Metric ที่เราคุ้นเคยอย่าง ROAS หรือ Conversion Rate จะยังตีความแบบเดิมได้อยู่ไหม เมื่อ Journey ของลูกค้าเปลี่ยนไปตั้งแต่ต้นทาง

บทความนี้จะพาไปดูว่า Shopee Media Network ต่างจาก Retail Media Network ทั่วไปตรงไหน ทำงานอย่างไรในเชิงเทคนิค และร้านค้าไทยควรตั้งค่าอย่างไรถึงจะไม่เสียงบไปกับความเข้าใจผิด

ที่สำคัญคือ เราจะไม่บอกว่าฟีเจอร์นี้ “ดีที่สุด” หรือ “ต้องรีบใช้ทันที” เพราะข้อมูลเชิงลึกของแพลตฟอร์มยังอยู่ในช่วงทยอยเปิดใช้งาน สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือเข้าใจโครงสร้างให้ถูก แล้วค่อยตัดสินใจว่าธุรกิจของคุณควรเข้าไปเล่นสนามนี้ตอนไหน

Shopee Media Network เชื่อม Google Ads กับคลังสินค้า Shopee

Shopee Media Network คืออะไร

Shopee Media Network เป็นชื่อเรียกระบบโฆษณาฝั่ง Retail Media ของ Shopee ที่เปิดให้แบรนด์และผู้ขายซื้อพื้นที่โฆษณาบนแพลตฟอร์มโดยตรง ไม่ต่างจากที่ Amazon หรือ Lazada มี Retail Media ของตัวเอง สิ่งที่ทำให้กระแสนี้ถูกพูดถึงมากขึ้นในช่วงหลังคือการที่ Google เริ่มทดลองเชื่อมระบบโฆษณาของตัวเองเข้ากับคลังสินค้าฝั่ง Shopee ในบางตลาด ภายใต้แนวคิดที่เรียกกันว่า Google Ads with Shopee

ความหมายเชิงปฏิบัติคือ แทนที่ร้านค้าจะต้องยิงแอดจาก Google ไปหาเว็บไซต์ของตัวเอง แล้วค่อยหวังให้ลูกค้าไปค้นหาต่อบน Shopee เอง ระบบนี้เปิดทางให้ Feed สินค้าจาก Shopee ถูกดึงมาใช้เป็น Source ของแคมเปญ Google Ads ได้เลย ผลลัพธ์ที่ตามมาคือคนที่เห็นโฆษณาบน Google อาจถูกพาไปที่หน้าสินค้าบน Shopee โดยตรง แทนที่จะไปที่เว็บไซต์ร้าน

ต่างจาก Retail Media Network ทั่วไปอย่างไร

Retail Media Network ทั่วไปหมายถึงระบบโฆษณาที่อยู่ “ภายใน” แพลตฟอร์มนั้น ๆ เช่น ร้านซื้อพื้นที่โฆษณาบน Shopee เพื่อให้สินค้าขึ้นอันดับต้น ๆ ในผลการค้นหาของ Shopee เอง คนที่เห็นแอดคือคนที่กำลังเดินอยู่ในแอป Shopee อยู่แล้ว

แต่ Shopee Media Network ผ่าน Google Ads with Shopee ต่างออกไปตรงจุดเริ่มต้นของ Journey เพราะคนที่เห็นแอดคือคนที่กำลังค้นหาบน Google ไม่ใช่คนที่อยู่ใน Shopee อยู่แล้ว นี่คือความต่างสำคัญ เพราะ Intent ของคนสองกลุ่มนี้ไม่เหมือนกัน คนที่ค้นบน Google อาจยังไม่ได้ตั้งใจซื้อจาก Shopee โดยเฉพาะ ขณะที่คนที่อยู่ใน Shopee มักมี Intent ที่ชัดกว่าว่าพร้อมจะซื้อ

ตรงนี้เองที่ต้องระวัง เพราะการที่ตัวเลข Impression หรือ Click สูงขึ้นจากการยิงแอดข้ามแพลตฟอร์ม ไม่ได้แปลว่าคุณภาพของ Traffic จะดีเท่าคนที่ค้นหาอยู่ใน Shopee โดยตรง ถ้าอยากเข้าใจการตีความ Metric ข้ามแพลตฟอร์มแบบนี้ให้ลึกขึ้น สามารถอ่านต่อได้ที่บทความ Inventory Type คืออะไร? เลือกพื้นที่โฆษณาให้คุ้ม

Google Ads with Shopee ทำงานอย่างไร

กลไกเบื้องหลังไม่ได้ต่างจากหลักการของ Shopping Ads ทั่วไปมากนัก คือ Google ยังคงต้องอาศัย Product Feed ที่มีข้อมูลสินค้าครบถ้วน ราคา สต๊อก และรูปภาพ เพียงแต่ Source ของ Feed เปลี่ยนจากเว็บไซต์ร้านค้ามาเป็นคลังสินค้าบน Shopee โดยตรง หลักการพื้นฐานเรื่องคุณภาพข้อมูลสินค้าจึงยังสำคัญไม่ต่างจากเดิม ตามแนวทางที่ Google อธิบายไว้ในเอกสารเรื่องคุณภาพ Feed สำหรับ Shopping Ads

สำหรับใครที่ยังไม่คุ้นกับการตั้งค่า Feed, Conversion Tracking หรือ Smart Bidding ในระบบ Google Ads เลย จุดนี้คือรากฐานที่ต้องแน่นก่อน เพราะต่อให้ Shopee Media Network เปิดให้ใช้งานเต็มรูปแบบ แต่ถ้าโครงสร้างแคมเปญพื้นฐานยังไม่แข็งแรง ผลลัพธ์ก็จะไม่ต่างจากเดิม แนะนำให้ปูพื้นฐานให้แน่นก่อนจาก คอร์ส Google Ads Beginner to Expert

อีกจุดที่ต้องเข้าใจคือเรื่อง Attribution เมื่อคนคลิกแอดจาก Google แล้วไปซื้อบน Shopee การส่งข้อมูล Conversion กลับมาที่ Google Ads อาจไม่สมบูรณ์แบบเดียวกับ E-commerce ที่ควบคุมเว็บไซต์เอง 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะข้อมูลบางส่วนต้องอาศัยการแชร์จากฝั่ง Shopee กลับมา ตรงนี้คือสิ่งที่ต้องตรวจสอบ Scope ให้ดีก่อนสรุปว่าแคมเปญ “ได้ผล” หรือไม่ ตามที่ Google Merchant Center Help อธิบายเรื่องความสำคัญของคุณภาพ Feed และการติดตามผลของ Shopping Ads

ทำไมเทรนด์นี้สำคัญกับร้านค้าไทยปี 2026

ตลาด E-commerce ไทยมีลักษณะเฉพาะคือคนซื้อของออนไลน์จำนวนมากผูกพันกับ Marketplace อย่าง Shopee และ Lazada มากกว่าการซื้อตรงจากเว็บไซต์แบรนด์ นี่คือเหตุผลที่ Google เริ่มมองหาวิธีเชื่อมต่อกับ Marketplace โดยตรง แทนที่จะพยายามดึงคนออกจาก Marketplace มาที่เว็บไซต์ ซึ่งมักเป็นการฝืนพฤติกรรมที่มีอยู่แล้ว

สำหรับร้านค้าไทย นี่อาจเป็นโอกาสในการขยาย Reach ไปยังกลุ่มคนที่ค้นหาบน Google แต่ไม่เคยเห็นร้านของคุณบน Shopee มาก่อน อย่างไรก็ตาม ต้องระวังการรีบกระโดดเข้าไปโดยไม่มีข้อมูลเพียงพอ เพราะฟีเจอร์ลักษณะนี้มักทยอยเปิดตามตลาดและมีเงื่อนไขเฉพาะที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ยังไม่ควรวางแผนงบก้อนใหญ่จนกว่าจะทดสอบในสเกลเล็กก่อน

โครงสร้างการเชื่อมคลังสินค้า

การเชื่อมคลังสินค้าระหว่าง Google Ads กับ Shopee ต้องอาศัยการจับคู่ข้อมูลสินค้าให้ตรงกันในหลายมิติ ทั้งชื่อสินค้า รูปภาพ ราคา และสถานะสต๊อกแบบเรียลไทม์ ถ้าข้อมูลฝั่งใดฝั่งหนึ่งไม่อัปเดต เช่น สินค้าหมดบน Shopee แต่ Feed ที่ Google ใช้ยังไม่อัปเดต ผลลัพธ์คือแอดที่ยิงไปแล้วพาลูกค้าไปเจอหน้าสินค้าที่ซื้อไม่ได้ ซึ่งเป็นการเสียเงินโฆษณาแบบไม่จำเป็น

ธุรกิจที่มี SKU จำนวนมากควรวางระบบตรวจสอบความสอดคล้องของข้อมูลระหว่างสองแพลตฟอร์มเป็นประจำ ไม่ใช่แค่ตอนเปิดแคมเปญครั้งแรก เพราะ Feed ที่ดีในวันแรกอาจไม่ดีในอีกสองสัปดาห์ถัดมาถ้าไม่มีระบบดูแลต่อเนื่อง

Framework STORE สำหรับตั้งค่า Google Ads with Shopee

เพื่อให้ตั้งค่า Shopee Media Network ได้อย่างเป็นระบบ ลองใช้ Framework ที่จำง่ายชื่อ STORE

  1. S – Sync Catalog: เชื่อมคลังสินค้าระหว่าง Google กับ Shopee ให้ข้อมูลราคา สต๊อก และรูปภาพตรงกันแบบเรียลไทม์ ก่อนเปิดแคมเปญใด ๆ
  2. T – Target Intent: กำหนดกลุ่มเป้าหมายตาม Search Intent ที่ใกล้เคียงกับพฤติกรรมซื้อจริงบน Marketplace ไม่ใช่แค่คนที่สนใจสินค้าประเภทนั้นกว้าง ๆ
  3. O – Optimize Bidding: ปรับกลยุทธ์ Bidding ให้เหมาะกับ Journey ที่ยาวขึ้นเมื่อลูกค้าถูกพาไปยัง Shopee แทนที่จะวัดแค่ Cost per Click แบบเดิม การเข้าใจความต่างระหว่าง Avg CPC กับ Cost/Conversion จึงสำคัญมาก อ่านเพิ่มได้ที่ Avg CPC vs Cost/Conversion Google Ads: คลิกถูกไม่พอ
  4. R – Report Cross-Platform: ดึงรายงานจากทั้งสองฝั่งมาเทียบกัน ไม่พึ่งพา Report จากฝั่งใดฝั่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว เพราะ Attribution อาจไม่สมบูรณ์เท่ากัน
  5. E – Expand Budget: ขยายงบเฉพาะเมื่อเห็นสัญญาณว่า Conversion ที่เกิดขึ้นจริงมีคุณภาพ ไม่ใช่ขยายเพราะ Impression หรือ Click สูงขึ้นเพียงอย่างเดียว

Masterclass: 3 มุมมองการใช้งานจริง

Masterclass 1: ร้านค้าที่มี SKU น้อยแต่ราคาสูง

แนวคิด: ร้านที่ขายสินค้ากลุ่ม High-Ticket บน Shopee มักมีคู่แข่งเยอะในหน้าค้นหา การดึง Traffic จาก Google เข้ามาช่วยเพิ่มโอกาสเห็นก่อนคู่แข่งในหน้า Shopee เอง

วิธีการนำไปปรับใช้: เลือกเฉพาะ SKU ที่มีกำไรต่อชิ้นสูงมาทดสอบก่อน ไม่ต้องเปิดทั้งคลังสินค้าตั้งแต่วันแรก และต้องตรวจสอบว่า Inventory Type ที่เลือกเหมาะกับกลุ่มสินค้านั้นจริงหรือไม่ อ่านเพิ่มได้ที่ Inventory Type คืออะไร? เลือกพื้นที่โฆษณาให้คุ้ม

ตัวอย่างเชิงธุรกิจ: ร้านเฟอร์นิเจอร์ที่มีราคาต่อชิ้นหลักพัน ทดลองเลือกเฉพาะสินค้าขายดี 5 รายการมาเชื่อมกับ Google Ads with Shopee ก่อนขยายไปทั้งคลัง

Masterclass 2: แบรนด์ที่กังวลเรื่อง Share of Search

แนวคิด: แบรนด์ที่แข่งกันในหมวดหมู่แออัดมักกังวลว่าลูกค้าจะค้นหาชื่อแบรนด์ตัวเองบน Google แล้วเจอคู่แข่งบน Shopee ก่อน

วิธีการนำไปปรับใช้: ใช้ Google Ads with Shopee เป็นเครื่องมือปิดช่องว่างตรงนี้ ควบคู่กับการติดตาม Share of Search ของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง เพื่อดูว่าการลงทุนช่วยดึงส่วนแบ่งการค้นหากลับมาได้จริงหรือไม่ อ่านเพิ่มได้ที่ Share of Search คืออะไร? วัดพลังแบรนด์จากคำค้นจริง

ตัวอย่างเชิงธุรกิจ: แบรนด์เครื่องสำอางที่พบว่าคนค้นชื่อแบรนด์แล้วเจอร้านตัวแทนจำหน่ายก่อนร้านทางการ จึงใช้ฟีเจอร์นี้เพื่อดันร้านค้าอย่างเป็นทางการขึ้นมาแทน

Masterclass 3: ธุรกิจที่ยังไม่มี Feed คุณภาพดีพอ

แนวคิด: ธุรกิจจำนวนไม่น้อยยังไม่เคยจัดการ Product Feed อย่างจริงจัง ก่อนกระโดดเข้าฟีเจอร์ใหม่ควรกลับมาแก้พื้นฐานก่อน

วิธีการนำไปปรับใช้: ปูพื้นฐานเรื่องโครงสร้างแคมเปญ การตั้งค่า Feed และ Conversion Tracking ให้แน่นก่อน แนะนำให้เริ่มจาก คอร์ส Google Ads Beginner to Expert เพื่อให้เข้าใจกลไกเบื้องหลังก่อนต่อยอดไปยัง Shopee Media Network

ตัวอย่างเชิงธุรกิจ: ร้านค้าที่เพิ่งเริ่มยิงแอด Google ตัดสินใจใช้เวลา 1 เดือนแรกจัดการ Feed และ Tracking ให้เสถียรก่อน แทนที่จะรีบเปิดฟีเจอร์ใหม่ทันที

Danger Zone: จุดพลาดที่ทำให้งบหมดเปล่า

ข้อผิดพลาดที่ 1: เปิดทุก SKU พร้อมกันตั้งแต่วันแรก
คำอธิบาย: หลายร้านรีบเชื่อมคลังสินค้าทั้งหมดเข้ากับ Google Ads with Shopee ทันทีที่เปิดใช้งาน ผลเสียคือถ้ามี SKU ที่ Feed ไม่สมบูรณ์ปนอยู่ งบจะถูกใช้ไปกับสินค้าที่ไม่ควรโปรโมต แนวทางคือเริ่มจากสินค้าขายดีจำนวนน้อยก่อน

ข้อผิดพลาดที่ 2: ไม่ตรวจสอบ Attribution ก่อนสรุปผล
คำอธิบาย: เมื่อ Conversion เกิดขึ้นบน Shopee การส่งข้อมูลกลับมา Google Ads อาจไม่สมบูรณ์แบบเดียวกับเว็บไซต์ตัวเอง ผลเสียคือตัดสินใจเพิ่มหรือลดงบผิดจากข้อมูลที่ไม่ครบ แนวทางคือตรวจ Scope ของ Attribution ก่อนสรุปทุกครั้ง

ข้อผิดพลาดที่ 3: มองว่า Impression สูงเท่ากับผลลัพธ์ดี
คำอธิบาย: การขยาย Reach ข้ามแพลตฟอร์มมักทำให้ Impression พุ่งขึ้นเร็ว ผลเสียคือหลงดีใจกับตัวเลขที่ไม่ได้สะท้อน Purchase จริง แนวทางคือย้อนกลับไปดู Conversion และ Revenue เสมอ

ข้อผิดพลาดที่ 4: ไม่มีระบบอัปเดตสต๊อกแบบเรียลไทม์
คำอธิบาย: ถ้าสต๊อกหมดบน Shopee แต่ Feed ยังไม่อัปเดต ผลเสียคือเสียเงินโฆษณาพาลูกค้าไปเจอหน้าสินค้าที่ซื้อไม่ได้ แนวทางคือวางระบบ Sync ข้อมูลอัตโนมัติตั้งแต่ต้น

ข้อผิดพลาดที่ 5: เปรียบเทียบ ROAS กับแคมเปญเว็บไซต์แบบตรง ๆ
คำอธิบาย: Journey ของลูกค้าที่ถูกพาไป Shopee ต่างจาก Journey บนเว็บไซต์ตัวเอง ผลเสียคือตัดสินใจปิดแคมเปญเร็วเกินไปเพราะเทียบผิดบริบท แนวทางคือแยกวัดผลเป็นคนละชุด Metric ตั้งแต่แรก

Checklist ก่อนเปิดแคมเปญ Google Ads with Shopee

  • ตรวจว่า Product Feed มีราคา สต๊อก และรูปภาพครบถ้วนแล้วหรือยัง
  • เลือก SKU นำร่องที่มีกำไรต่อชิ้นชัดเจนก่อนขยายทั้งคลัง
  • ตรวจสอบว่า Conversion Tracking เชื่อมได้ถูกต้องระหว่างสองแพลตฟอร์มหรือไม่
  • ทดสอบ Attribution ก่อนตัดสินใจปรับงบก้อนใหญ่
  • ตั้งระบบแจ้งเตือนเมื่อสต๊อกใกล้หมดเพื่ออัปเดต Feed ทันที
  • เปรียบเทียบ ROAS แยกกันระหว่างแคมเปญที่พาไปเว็บไซต์กับที่พาไป Shopee
  • ตรวจ Search Intent ของกลุ่มเป้าหมายว่าใกล้เคียงพฤติกรรมซื้อจริงหรือไม่
  • ดูข้อมูลย้อนหลังอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนสรุปว่าฟีเจอร์นี้คุ้มค่า
  • ตรวจสอบเงื่อนไขการใช้งานล่าสุดจาก Google และ Shopee เพราะอาจเปลี่ยนแปลงตามตลาด
  • วางแผนงบทดสอบแยกจากงบแคมเปญหลัก ไม่ปนกัน
  • ตรวจว่าทีมสามารถอ่าน Report ข้ามแพลตฟอร์มได้จริง ไม่ใช่ดูแค่ Dashboard เดียว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Shopee Media Network

Shopee Media Network ต่างจากการยิงแอดใน Shopee เองอย่างไร

ความต่างหลักอยู่ที่จุดเริ่มต้นของ Journey การยิงแอดใน Shopee เองเจาะกลุ่มคนที่อยู่ในแอปอยู่แล้ว ส่วน Google Ads with Shopee เจาะกลุ่มคนที่กำลังค้นหาบน Google แล้วพาไปเจอสินค้าบน Shopee

ธุรกิจขนาดเล็กควรใช้ Google Ads with Shopee เลยไหม

ยังไม่ควรรีบทุ่มงบก้อนใหญ่ ควรทดสอบกับสินค้าจำนวนน้อยก่อน แล้วดูว่าคุณภาพ Conversion ที่ได้คุ้มกับต้นทุนจริงหรือไม่

ROAS ที่เห็นจากแคมเปญนี้เชื่อถือได้ 100 เปอร์เซ็นต์หรือไม่

ต้องตรวจสอบ Attribution และ Scope ของข้อมูลก่อนเสมอ เพราะการส่ง Conversion ข้ามแพลตฟอร์มอาจไม่สมบูรณ์เท่ากับแคมเปญที่วัดผลบนเว็บไซต์ตัวเอง

ต้องมี Feed คุณภาพดีระดับไหนถึงจะเริ่มใช้ได้

อย่างน้อย Feed ต้องมีข้อมูลราคา สต๊อก และรูปภาพที่อัปเดตแบบเรียลไทม์ ถ้ายังไม่มีระบบนี้ ควรเริ่มจากการปรับพื้นฐาน Feed ก่อนเข้าฟีเจอร์นี้

Shopee Media Network เหมาะกับทุกหมวดสินค้าหรือไม่

ไม่จำเป็นต้องเหมาะกับทุกหมวด สินค้าที่มีการแข่งขันสูงในหน้าค้นหา Shopee หรือแบรนด์ที่กังวลเรื่อง Share of Search มักได้ประโยชน์ชัดเจนกว่าสินค้าที่ไม่มีคู่แข่งในตลาดนั้น

สรุปก่อนตัดสินใจ

Shopee Media Network ผ่าน Google Ads with Shopee เปิดมุมมองใหม่ที่หลายร้านค้ายังไม่เคยคิดถึง นั่นคือการยิงแอดจาก Google ไม่จำเป็นต้องจบที่เว็บไซต์ตัวเองเสมอไป แต่สามารถพาลูกค้าไปจบที่ Marketplace ที่เขาคุ้นเคยได้เลย

จุดที่คนมักเข้าใจผิดคือคิดว่า Impression หรือ Click ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายพื้นที่โฆษณาแบบนี้เท่ากับผลลัพธ์ที่ดีขึ้นทันที ทั้งที่ในความเป็นจริงต้องตรวจ Attribution, Conversion Tracking และคุณภาพ Feed ให้ครบก่อน ไม่ต่างจากหลักการพื้นฐานที่ต้องใส่ใจเรื่องความถูกต้องของข้อมูลก่อนตีความผล อย่างที่อธิบายไว้ในบทความ Consent Mode คืออะไร? 5 ความลับกู้ยอด Google Ads ให้แม่นยำ

สิ่งที่ต้องทำต่อคือทดสอบในสเกลเล็ก ดูข้อมูลอย่างน้อยสองสัปดาห์ และเชื่อมกลับไปที่ Business Bottom Line เสมอ ไม่ใช่แค่ตัวเลข Impression ที่ดูสวยในหน้า Report

อย่าถามแค่ว่าแอดของคุณโชว์ที่ไหนได้บ้าง ต้องถามต่อว่าคนที่เห็นแอดเหล่านั้นเดินไปสู่การซื้อจริงบน Shopee หรือแค่เพิ่มพื้นที่โชว์โดยไม่มีอะไรตามมา


อ่านบทความก่อนหน้า: Synthetic Actor Backlash คือปัญหาที่ทำให้แอด AI ล้วนถูกเมิน

อย่าดูแค่ว่าแอดแสดงกี่ครั้ง ให้ดูด้วยว่าลูกค้าเห็นจริงและทำอะไรต่อ

ถ้าต้องการวางระบบ Google Ads ให้เชื่อมกับ Journey ของลูกค้าได้ครบวงจร ทีม DigitalD2M พร้อมช่วยตั้งแต่โครงสร้างแคมเปญไปจนถึงการวัดผลข้ามแพลตฟอร์ม

DigitalD2M — วางกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ โฆษณา และระบบ AI Marketing ให้ธุรกิจเติบโตอย่างวัดผลได้