Video Hold Rate คือ Metric ที่ช่วยวิเคราะห์ว่า หลังจากคนหยุดดูวิดีโอ Facebook Ads แล้ว เขายังดูต่อไปถึงช่วงสำคัญของคลิปหรือไม่ เช่น 25 เปอร์เซ็นต์, 50 เปอร์เซ็นต์, 75 เปอร์เซ็นต์ หรือจนจบคลิป
หลายคนดูแค่ 3-second video plays แล้วคิดว่าแอดวิดีโอดี เพราะคนหยุดดูเยอะ แต่ความจริงวิดีโอบางตัว Hook ดีมาก คนหยุดดูเยอะ แต่พอผ่าน 3 วินาทีแรกไปแล้ว คนหลุดเร็ว ดูไม่ถึงช่วงอธิบายสินค้า ไม่ถึงช่วง Offer และไม่ถึง CTA
ปัญหาแบบนี้ทำให้แอดดูเหมือนมี Engagement ต้นทางดี แต่ไม่เกิดยอดขาย ไม่เกิด Lead หรือไม่เกิดคนทัก เพราะคนดูไม่ได้อยู่ต่อจนถึงจุดที่แบรนด์ต้องการสื่อสารจริง ๆ
Video Hold Rate จึงเป็น Metric ที่ช่วยให้เราไม่หยุดวิเคราะห์แค่คำถามว่า “คนหยุดดูไหม” แต่ถามต่อว่า “คนดูต่อไหม” “คนหลุดตรงช่วงไหน” และ “เนื้อหาช่วงกลางคลิปน่าอยู่ต่อพอหรือเปล่า”
บทความนี้จะพาเข้าใจว่า Video Hold Rate คืออะไร ใช้ Metric อย่าง Video plays at 25 เปอร์เซ็นต์, 50 เปอร์เซ็นต์, 75 เปอร์เซ็นต์, 95 เปอร์เซ็นต์, 100 เปอร์เซ็นต์, ThruPlay และ Average play time อย่างไร พร้อมสูตรคำนวณและวิธีแก้เมื่อคนหยุดดูแล้วไม่ดูต่อจนจบ
ถ้าคุณต้องการเรียน Facebook Ads ตั้งแต่การวิเคราะห์ Video Metrics, Creative, Hook, Funnel และการอ่านผลลัพธ์ใน Ads Manager สามารถดูรายละเอียดได้ที่ คอร์ส Facebook Ads Zero to Advance (DigitalD2M) ซึ่งเหมาะกับเจ้าของธุรกิจและนักการตลาดที่อยากยิงแอดแบบวิเคราะห์เป็นระบบ
Meta มี Video Metrics ที่ใช้วิเคราะห์การดูวิดีโอเป็นช่วง เช่น Video plays at 25 เปอร์เซ็นต์, 50 เปอร์เซ็นต์, 75 เปอร์เซ็นต์, 95 เปอร์เซ็นต์ และ 100 เปอร์เซ็นต์ รวมถึง ThruPlays และ Video average play time สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Meta Business Help: About video metrics for ads
พูดให้ง่ายที่สุด Thumbstop Rate บอกว่า “คนหยุดดูไหม” แต่ Video Hold Rate บอกว่า “คนดูต่อไหม” ซึ่งเป็นคนละคำถาม และควรดูร่วมกันเสมอถ้าต้องการวิเคราะห์วิดีโอแอดให้ลึกกว่าแค่ยอดวิว
อีกตัวอย่างคือคลิปสินค้าอาหารเสริมที่เปิดด้วย Pain Point เรื่องผิวโทรมได้ดี แต่ช่วงกลางคลิปกลับพูดส่วนผสมยาวเกินไปโดยไม่เชื่อมกับชีวิตจริงของลูกค้า คนดูอาจรู้สึกว่าไม่เกี่ยวกับตัวเองและออกจากคลิปเร็ว
นี่คือเหตุผลที่ Video Hold Rate สำคัญ เพราะช่วยบอกว่า Hook ดึงคนมาได้แล้ว แต่เนื้อหาหลัง Hook สามารถรักษาความสนใจได้หรือไม่ ถ้าคนหลุดเยอะช่วง 25 เปอร์เซ็นต์หรือ 50 เปอร์เซ็นต์แรก แปลว่าช่วงต้นถึงกลางคลิปอาจต้องปรับใหม่
สูตรคำนวณ Video Hold Rate
การคำนวณ Video Hold Rate สามารถทำได้หลายแบบ ขึ้นอยู่กับว่าต้องการดูการคงอยู่ของผู้ชมที่จุดไหนของคลิป วิธีที่ใช้สอนได้ง่ายคือใช้ 3-second video plays เป็นฐาน แล้วดูว่ามีกี่คนที่ดูต่อถึง 50 เปอร์เซ็นต์ หรือจนจบ
Hold Rate 50 เปอร์เซ็นต์ = Video plays at 50 เปอร์เซ็นต์ ÷ 3-second video plays × 100
ตัวอย่างเช่น วิดีโอมี 3-second video plays 2,000 ครั้ง และมี Video plays at 50 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 800 ครั้ง
ThruPlay เป็น Metric ที่ช่วยดูว่าคนดูวิดีโอถึงจุดที่มีคุณภาพมากขึ้น เช่น ดูครบหรือดูอย่างน้อย 15 วินาทีในวิดีโอที่ยาวกว่า จึงเหมาะใช้ดูร่วมกับ Average play time และ Video plays at percentage ต่าง ๆ
6. Average play time
Average play time ช่วยบอกเวลาเฉลี่ยที่คนดูวิดีโอ ถ้าวิดีโอยาว 45 วินาที แต่ Average play time อยู่แค่ 4 วินาที แปลว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ถึงช่วงขายหรือช่วง CTA ที่สำคัญเลย
Video Hold Rate ต่างจาก Thumbstop Rate อย่างไร
Thumbstop Rate และ Video Hold Rate เป็น Metric ที่ควรใช้คู่กัน เพราะช่วยวิเคราะห์คนละช่วงของวิดีโอ
หัวข้อเปรียบเทียบ
Thumbstop Rate
Video Hold Rate
คำถามหลัก
คนหยุดดูวิดีโอไหม
คนดูต่อหลัง Hook ไหม
Metric ที่ใช้
3-second video plays และ Impressions
Video plays at 25, 50, 75, 100 เปอร์เซ็นต์
วิเคราะห์ช่วงไหน
ช่วงเปิดคลิป 3 วินาทีแรก
ช่วงกลางถึงท้ายคลิป
ถ้าค่าต่ำควรแก้
Hook, ภาพเปิด, Text เปิดคลิป
โครงเรื่อง, การเล่า, ความกระชับ, CTA
ถ้า Thumbstop Rate ต่ำ แปลว่าคนยังไม่หยุดดู ต้องแก้ช่วงเปิดคลิปก่อน แต่ถ้า Thumbstop Rate สูงแล้ว Video Hold Rate ต่ำ แปลว่า Hook ดึงคนได้แล้ว แต่เนื้อหาหลังจากนั้นยังรักษาความสนใจไม่ได้
ดูอย่างไรว่าคนหลุดตรงช่วงไหนของวิดีโอ
วิธีวิเคราะห์ง่ายที่สุดคือดูตัวเลขแบบไล่ลำดับจากต้นทางไปปลายทาง เช่น 3-second video plays, Video plays at 25 เปอร์เซ็นต์, 50 เปอร์เซ็นต์, 75 เปอร์เซ็นต์ และ 100 เปอร์เซ็นต์ แล้วดูว่าช่วงไหนตัวเลขตกแรงที่สุด
การเพิ่ม Video Hold Rate ไม่ได้หมายถึงการทำคลิปให้ยาวขึ้น แต่หมายถึงการทำให้ทุกช่วงของวิดีโอมีเหตุผลพอให้คนดูอยู่ต่อ โดยเฉพาะช่วงหลัง Hook ที่มักเป็นจุดหลุดของหลายแคมเปญ
วิธีการนำไปปรับใช้: ดู Thumbstop Rate ก่อนเพื่อเช็ก 3 วินาทีแรก จากนั้นดู Video plays at 25 เปอร์เซ็นต์, 50 เปอร์เซ็นต์ และ Average play time เพื่อหาจุดที่คนหลุด
ตัวอย่างเชิงธุรกิจ: ถ้าโปรโมต คอร์ส Facebook Ads Zero to Advance แล้วคนหยุดดูเยอะแต่ไม่ดูถึงครึ่งคลิป อาจต้องปรับช่วงอธิบายปัญหาให้กระชับและเข้าประเด็นเร็วขึ้น
วิธีการนำไปปรับใช้: ตีความ Video Hold Rate ตามบทบาทของวิดีโอ เช่น วิดีโอให้ความรู้ควรดูการดูต่อและ Average play time แต่วิดีโอขายสั้นอาจดู CTR, Message, Lead หรือ Purchase ร่วมด้วย
ข้อผิดพลาดที่ 1: เห็นคนหยุดดูเยอะแล้วคิดว่าวิดีโอดีทันที
คำอธิบายคือ 3-second video plays สูงอาจแปลว่า Hook ดี แต่ยังไม่ได้แปลว่าคนดูต่อ ผลเสียคืออาจเก็บวิดีโอที่ดึงคนได้แต่รักษาคนดูไม่ได้ แนวทางคือดู Video plays at 25, 50, 75 และ 100 เปอร์เซ็นต์ต่อด้วย
ดู CTR, Message, Lead หรือ Conversion ร่วมกับ Video Hold Rate เสมอ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Video Hold Rate
1. Video Hold Rate คืออะไรแบบสั้น ๆ
Video Hold Rate คืออัตราที่ใช้ดูว่าคนดูวิดีโอต่อหลังจากช่วงเปิดคลิปมากแค่ไหน เช่น ดูถึง 50 เปอร์เซ็นต์หรือดูจนจบ ใช้วิเคราะห์ว่าเนื้อหากลางคลิปรักษาความสนใจได้ดีไหม
2. Video Hold Rate มีใน Ads Manager โดยตรงไหม
บางบัญชีอาจไม่มีชื่อ Metric นี้ตรง ๆ แต่สามารถคำนวณเองได้จาก Video plays at percentage ต่าง ๆ เช่น Video plays at 50 เปอร์เซ็นต์ หารด้วย 3-second video plays
3. ถ้าคนดูถึง 50 เปอร์เซ็นต์น้อย ควรแก้อะไร
ควรตรวจช่วงหลัง Hook ถึงกลางคลิปว่าเข้าเนื้อหาช้าเกินไปไหม พูดซ้ำไหม ไม่ชัดไหม หรือไม่เชื่อมกับ Pain Point ที่เปิดไว้หรือเปล่า
Video Hold Rate คือ Metric ที่ช่วยวิเคราะห์ว่า หลังจากคนหยุดดูวิดีโอ Facebook Ads แล้ว เขายังดูต่อไปถึงช่วงสำคัญของคลิปหรือไม่ โดยดูจาก Video plays at 25, 50, 75, 95 และ 100 เปอร์เซ็นต์ รวมถึง ThruPlay และ Average play time
ถ้า Thumbstop Rate ดีแต่ Video Hold Rate ต่ำ แปลว่า Hook เปิดคลิปอาจดึงคนได้แล้ว แต่เนื้อหาหลัง Hook ยังไม่รักษาความสนใจพอ เช่น เข้าเรื่องช้า พูดยืด ไม่เชื่อมกับ Pain Point หรือยังไม่สร้างเหตุผลให้คนดูต่อ
การวิเคราะห์ Video Hold Rate ที่ดีต้องดูจุดหลุดของคนดู ไม่ใช่ดูแค่ว่ายอดวิวเยอะหรือไม่ และต้องอ่านร่วมกับ CTR, Cost per Result, Lead Quality หรือยอดขาย เพื่อให้รู้ว่าวิดีโอนั้นดึงคนที่ใช่และพาไปสู่การตัดสินใจได้จริงไหม
ถ้าธุรกิจเข้าใจ Video Hold Rate จะสามารถปรับโครงเรื่องวิดีโอได้แม่นขึ้น รู้ว่าควรแก้ช่วงเปิด ช่วงกลาง หรือช่วงท้าย และใช้คนที่ดูวิดีโอถึงระดับสำคัญไปทำ Retargeting ได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น